‘พาณิชย์’ชงครม.11 เม.ย. คลอดแพจเกจลดค่าครองชีพคนไทย

‘พาณิชย์’ชงครม.11 เม.ย. คลอดแพจเกจลดค่าครองชีพคนไทย
‘ศุภจี’ เร่งออกมาตรการลดค่าครองชีพช่วยประชาชนลดผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง ชูธงฟ้าโมบาย-ปุ๋ยคนละครึ่ง ยันปุ๋ยไม่ขาดแคลนแต่ยูเรียอยู่ได้ถึง พ.ค.นี้ รับกังวลราคาเม็ดพลาสติกพุ่ง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้ชี้แขงระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ถึงประเด็นการดำเนินนโยบายในช่วงเกิดวิกฤตตะวันออกกลางว่า รัฐบาลตระหนักต่อวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้น และมีความซับซ้อนในภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความตึงตัวของเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลจึงพยายามดำเนินการทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน โดยยืนยันขณะนี้ได้เตรียมนโยบายดูแลค่าครองชีพของประชาชนเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระจายโอกาส ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นและเพียงพอ

สำหรับการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นนั้น ได้จัดทำโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งประกาศไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ 77 จังหวัด มีการออกสินค้าที่จำเป็น รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการและผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อส่งต่อให้ผู้ผลิตรายเล็กกว่า 300 ร้าน ที่ลดราคาได้ถึง 58% กว่า 3,000 รายการ ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้ ขณะเดียวกันจะดำเนินการผ่านช่องทางธงฟ้าทั่วประเทศ และสถานศึกษาต่าง ๆ ธงฟ้าเคลื่อนที่หรือรถพุ่มพวง และตลาดต่าง ๆ 1,000 แห่ง ซึ่งในการประชุมครม.วันที่ 11 เมษายนนี้ จะมีพิจารณาและนำเสนอมาตรการต่าง ๆ ออกมาอีกครั้ง

ด้านการควบคุมสินค้าจำเป็น ต่อการใช้ชีวิตของประชาชนนั้น ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมสินค้าและบริการ มีสินค้าควบคุม 59 รายการ เช่น น้ำมัน และสินค้าควบคุมมีหลายมาตรการ รวมถึงจะมีสินค้าที่ควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การขึ้นราคาจะต้องขออนุญาต หรือแจ้งก่อน เช่น ปุ๋ย ซึ่งการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค จะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดให้สมเหตุสมผล ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ไม่สามารถบังคับได้ทุกเรื่อง

ส่วนข้อกังวลต่อการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มนั้น รัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่หากจะมีการส่งออก ขอให้มาขออนุญาต เพราะรัฐบาลตั้งใจสนับสนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซล และหากไม่ควบคุมปริมาณ ก็อาจจะเกิดความขาดแคลน จึงขอให้ผู้ประกอบการแจ้งปริมาณสต็อกให้รับทราบ และหากอุปสงค์ อุปทานสมดุลกัน ก็สามารถอนุญาตส่งออกได้ โดยขณะนี้ ราคาผลปาล์มในปัจจุบัน 8.10 บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ในราคา 5.56 บาท ซึ่งมีแนวโน้มขาขึ้น และรัฐบาลไม่ได้คุมราคา เพียงแต่ขอให้สต็อก สามารถอยู่ได้

นางศุภจี กล่าวถึงมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ และบริการขนส่ง รวมถึงน้ำตาลทรายว่า รัฐบาลใช้มาตรการการบริหาร ไม่ได้พิจารณาการขึ้นราคาหรือไม่ เพราะสินค้าทั้ง 4 รายการ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ เช่น น้ำมันที่มีกลไกลกระทรวงพลังงานดูแล หรือยา ที่มีกลไกกระทรวงสาธารณสุขดูแล หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ มีเพียงการพิจารณาว่า หากมีการประกาศตามราคาแล้ว ไม่ขายตามราคา ถือว่าผิด หรือเติมน้ำมันในปริมาณไม่ตรงตามหัวจ่าย กระทรวงพาณิชย์ จะสามารถจับได้ ดังนั้น จึงมีมาตรการดูแลสินค้าควบคุมที่แตกต่างกันไป

นางศุภจี กล่าวถึง ปัญหาเรื่องปุ๋ย ว่า ปุ๋ยที่มีการใช้และมีปัญหา หรืออาจมีปัญหา คือ ปุ๋ยยูเรีย แต่ปุ๋ยอื่น ๆ สามารถจัดการได้ในระดับหนึ่ง แต่ปุ๋ยยูเรียยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง ซึ่งไม่สามารถขนส่งได้ และยังมีปุ๋ยที่สามารถใช้ตามปกติได้ถึง 64% จึงไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดที่จะขาดแคลน และในวันที่ตนแจ้งว่า จะมีปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เพราะประเทศไทยมีสต็อกประมาณ 340,000 ตัน และยังมีการนำเข้าในเดือนเมษายน ประมาณ 200,000 ตัน และความต้องการใช้ในเดือนเมษายน ประมาณ 270,000 ตัน

ดังนั้น จึงยังมีสต็อกคงค้างอีกประมาณ 300,000 ตัน ซึ่งหลังมีการพูดคุยแล้ว ได้รับคำยืนยันว่า ยังมีปุ๋ยยูเรียที่อยู่ได้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ตนยอมรับว่า ยังน่ากังวล ทั้งด้านราคา ที่ปุ๋ยยูเรียเริ่มมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงจะต้องมาทบทวนว่า ควรจะต้องปรับราคาหรือไม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคา ซึ่งกระทรวงฯ ได้ประสานกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยฯ อย่างใกล้ชิด และกระทรวงพาณิชย์ ยังมีโครงการธงเขียว ในการจำหน่ายปุ๋ยในราคาพิเศษ

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ครม.ในวันที่ 11 เม.ย.เตรียมเสนอ โครงการแม่ปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่อให้ ธ.ก.ส. เป็นคนกลางในการดูแลให้สามารถหาแม่ปุ๋ย หรือ ปุ๋ยยูเรีย ให้ตรงความต้องการของดินในพื้นที่นั้น ๆ และการปัญหาขาดแคลนนั้น ขณะนี้แม้จะมีสต๊อกจำกัด แต่ก็พยายามหาแหล่งปุ๋ยทดแทน และสามารถหาได้บ้างแล้วราว 60,000 ตัน และปุ๋ยที่ค้างในช่องแคบฮอร์มุซ บนเรือจำนวน 5 ลำนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งหากผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็จะสามารถมีสต็อกอยู่อีกได้ในระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อปุ๋ยจากประเทศอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน

สำหรับกรณีมีข้อร้องเรียนการขึ้นราคาปุ๋ยนั้น ขณะนี้ มีคดี 48 คดีสำหรับผู้ที่ขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกระทรวงฯ หากเจอจริง จะจับจริง จึงขอประชาชนที่พบว่า มีการขึ้นราคา สามารถแจ้งกระทรวงพาณิชย์ หรือสายด่วน 1569

ด้านสถานการณ์เม็ดพลาสติก ถูกกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม เพื่อควบคุมปริมาณและความเพียงพอ โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานกระทรวงอุตสาหกรรม และในอนาคตจะเชิญกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานผู้ประกอบการในไทย และหาแหล่งวัตถุดิบเสริม

รวมถึงพัฒนา วิจัย เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติก และใช้อย่างประหยัด เพราะในอนาคตสถานการณ์ยังไม่มีความแน่นอน และยังสามารถช่วยลดขยะพลาสติกได้   ซึ่งยังไม่ห่วงว่าเม็ดพลาสติกจะขาดแคลน ยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่ตนกังวลเรื่องราคา และได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทั้งห่วงโซ่อุปทานในเรื่องนี้ด้วยง

 

TAGS: #ลดค่าครองชีพ #วิกฤตตะวันออกกลาง #ธงฟ้าโมบาย #ปุ๋ยคนละครึ่ง