เงินบาทเปิดตลาดเช้าอ่อนค่าต่อเนื่องแตะ 31.99 บาทต่อดอลลาร์ หลังตลาดการเงินโลกกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและการโจมตีเรือสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันพุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.99 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.71 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่องและเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 32 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบ 31.65–31.99 บาทต่อดอลลาร์
แรงกดดันสำคัญมาจากความกังวลของตลาดต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในบริเวณ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเหตุการณ์อาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก
ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แม้ว่า International Energy Agency จะประกาศแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมากเพื่อลดผลกระทบด้านอุปทาน
ขณะเดียวกัน ตลาดยังปรับลดความคาดหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve หลังความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า โดยดัชนี U.S. Dollar Index ปรับขึ้นใกล้ระดับ 99.4 จุด
ในตลาดการเงินโลก บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นสู่ระดับราว 4.25% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวผันผวน โดยดัชนี S&P 500 ปิดลดลงเล็กน้อย ขณะที่ NASDAQ Composite ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ส่วนราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลงจากแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น แม้บรรยากาศการลงทุนจะอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
สำหรับแนวโน้มเงินบาท นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนสูงและมีความเสี่ยงทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงที่ระดับ 31.75–32.15 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ในเชิงเทคนิคเงินบาทยังไม่กลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่า หากยังไม่สามารถแข็งค่าทะลุระดับ 31.40–31.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน