‘เชฟรอน’เดินหน้าลงทุนในไทยจ่อชิงประมูลรอบที่ 26 แหล่งอันดามัน

‘เชฟรอน’เดินหน้าลงทุนในไทยจ่อชิงประมูลรอบที่ 26 แหล่งอันดามัน
‘เชฟรอน’พร้อมร่วมประมูลสัมปทานปิโตรฯรอบที่ 26 แหล่งอันดามัน มั่นใจประสบการณ์พัฒนาแหล่งน้ำลึกได้เปรียบ ขณะที่มองไกลพื้นที่ OCA ช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

นายชาทิตย์  ห้วยหงษ์ทอง  ประธานกรรมการบริหารบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดเปิดเผยว่า เชฟรอนยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง หลังทำธุรกิจในไทยมากว่า 60 ปี  โดยมองเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพ  ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าลักษณะพื้นที่แต่ละแปลงที่มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเริ่มทยอยลดลงตามระยะเวลา เห็นได้ชัดเทียบกับในอดีตไทยมีแหล่งปิโตรเลียมเพียงพอ โดยก๊าซธรรมชาติที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า ยกเว้นน้ำมันที่ยังต้องนำเข้า

ทั้งนี้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาปริมาณก๊าซฯเริ่มลดลง จนต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของแหล่งปิโตรเลียมของไทยลดลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการสำรวจและจัดหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในประเทศ

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่ดีทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ทยอยเปิดให้มีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยรอบที่ 24 ทางเชฟรอนได้รับการพิจารณาอนุมัติแปลง G2/65   ซึ่งปีนี้มีแผนขุดเจาะสำรวจ 2 หลุม เพื่อสำรวจหาศักยภาพ มีความเป็นไปได้จะเป็นแหล่งพลังงานใหม่ทั้งก๊าซและน้ำมัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่  ซึ่งตามสัญญาระยะเวลาสำรวจไม่เกิน 6 ปี

สำหรับสัมปทานปิโตรเลียม B12/27 แหล่งไพลิน ทางคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้ต่อสัญญาออกไปอีก 10 ปี    จากวันที่ 15 ม.ค. 2571 ถึง  วันที่ 14 ม.ค.2581 ซึ่งเชฟรอนเตรียมแผนพัฒนาการผลิตปิโตรเลียมให้ต่อเนื่อง จากปัจจุบันผลิตได้ 430 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต)ต่อวัน 

อย่างไรก็ตามกรมเชื้อเพลิงฯมีแผนเตรียมเปิดสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26  ในพื้นที่ทะเลอันดามัน ทางเชฟรอนก็ให้ความสนใจ และถือเป็นจุดแข็งบริษัทในการพัฒนาพื้นที่ปิโตรเลียมในทะเลน้ำลึก  ซึ่งถ้าเทียบระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันมีความต่างกันเพราะแหล่งปิโตรเลียมในอันดามัน เป็นน้ำลึกต้องใช้เทคโนโลยีอีกขั้น ทางบริษัทมีศักยภาพที่พร้อม เข้าร่วมประมูล

“เชฟรอนสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล แต่ต้องไปดูว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพราะความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น  ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น    ผมว่าถ้าดูจากพื้นที่การเข้าไปพัฒนารายเดียวอาจยาก อาจต้องมีพันธมิตรเข้าไปร่วมด้วยเพราะมีความเสี่ยงสูง ลงทุนสูง   ซึ่งต้องประเมินหลายเรื่อง ทั้งการผลิตแล้วไปขายที่ไหน ระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับเป็นอย่างไร ยังมีรายละเอียดอีกเยอะที่ต้องดู แต่ในเบื้องต้นเป็นพื้นที่มีศักยภาพ แต่ขณะเดียวกันก็มีคววามท้าทายเป็นน้ำลึก  ขุดเจอแล้วจะพัฒนาอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่า  การเปิดพื้นที่ใหม่จะเกิดประโยชนกับประเทศ สร้างการแข่งขันที่ดี”

นายชาทิตย์  กล่าวถึง พื้นที่  OCA หรือ Overlapping Claims Area หรือพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาในอ่าวไทย  คิดว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเชฟรอนมองว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุน หากเป็นไปได้อยากเห็นรัฐบาลไทยและกัมพูชา ยุติเรื่องสงคราม หันหน้ามาคุยก่อนจะพัฒนาพื้นที่ปิโตรเลียมตรงนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังานให้กับสองประเทศ อยากผลักดันในเรื่องนี้ เพราะการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใช้เวลานาน10 ปี มีขั้นตอนมาก ดังนั้นในระยะยาวศักยภาพการผลิตก๊าซฯทยอยลดลง ต้องพึ่งพาการนำเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้นเรื่อยๆ

“ดังนั้นถ้าจะแก้ไขเรื่องพลังงานในระยะยาวนอกจากการเปิดสัมปทานพื้นที่ใหม่ๆแล้ว  พื้นที่ที่มีศักยภาพช่วยลดต้นทุนพลังงานเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอยากสนับสนุนให้รัฐบาลสองประเทศพูดคุยกันตรงนี้ ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายชัดเจนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านเพราะการพัฒนาพื้นที่มีหลายรูปแบบและไม่จำเป็นต้องมี MOU 43  แต่ต้องมีกรอบการเจรจาที่ชัดเจน”

/

 

TAGS: #เชฟรอน #สัมปทานปิโตรฯรอบที่ #26 #แหล่งอันดามัน #