เงินบาทเช้านี้ขยับแข็งค่าเล็กน้อย เคลื่อนไหวในกรอบแคบ 30.95–31.05 บาทต่อดอลลาร์ แม้ได้แรงหนุนจากราคาทองคำที่ปรับขึ้น ขณะที่ตลาดรอข้อมูลเศรษฐกิจและท่าทีเฟดชี้ชะตาทิศทางเงินดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน จาก Krungthai GLOBAL MARKETS ภายใต้ ธนาคารกรุงไทย เผย ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 30.98 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.04 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down แต่ยังไม่สามารถแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน
เงินบาทได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ซึ่งยืนเหนือระดับ 5,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ดี การรีบาวด์ของเงินดอลลาร์ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก ได้ชะลอการแข็งค่าของเงินบาทไว้บางส่วน
บรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศยังเปราะบาง โดยดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 1.04% และ NASDAQ Composite ลดลง 1.13% จากความกังวลนโยบายการค้าและผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อภาคธุรกิจ ขณะที่ตลาดยุโรป ดัชนี STOXX Europe 600 ลดลง 0.45% กดดันจากหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะ Novo Nordisk ที่ร่วงแรงหลังผลทดลองยาออกมาน่าผิดหวัง
ด้านตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับลดลงสู่ระดับ 4.04% ตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การปรับลงยังจำกัด เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเพิ่มเติม ปัจจุบันตลาดให้โอกาสราว 34% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้
สำหรับแนวโน้มเงินบาท ประเมินว่าอาจยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีกรอบระยะสั้นที่ 30.85–31.05 บาทต่อดอลลาร์ แม้มีแรงหนุนจากทองคำ แต่หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ราคาทองคำอาจย่อตัวและกดดันเงินบาทได้ ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าลงสู่โซน 30.50–30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะถือว่าแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน เมื่อเทียบกับมูลค่ายุติธรรมที่ประเมินไว้แถว 33–34 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นจังหวะทยอยสะสมเงินดอลลาร์เพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน.