บีโอไอไฟเขียว “เวสเทิร์น ดิจิตอล” ลงทุนวิจัยและพัฒนาฮาร์ดดิสก์ รับอุตฯ Data Center-AI เติบโต

บีโอไอไฟเขียว “เวสเทิร์น ดิจิตอล” ลงทุนวิจัยและพัฒนาฮาร์ดดิสก์ รับอุตฯ Data Center-AI เติบโต
บีโอไอไฟเขียว “เวสเทิร์น ดิจิตอล” ลงทุนวิจัยและพัฒนาฮาร์ดดิสก์ ยกระดับระบบจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง ตั้งเป้าเพิ่มความจุถึง 100TB ในปี 2572 รับอุตฯ Data Center-AI เติบโต

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผย บีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท โดยตั้งเป้าจะเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลใน HDD 1 หน่วย จากปัจจุบัน 32 TB ให้ได้สูงถึง 100 TB ภายในปี 2572 พร้อมเพิ่มความเสถียรและความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อรองรับมาตรฐานขั้นสูงและความต้องการของอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญครั้งนี้ จะเป็นความร่วมมือ 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไทย โดยประเทศไทยจะเน้นการวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนและกระบวนการบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยี HAMR ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าโครงการนี้จะนำไปสู่การขยายการลงทุน HAMR HDD เพิ่มเติมในไทยครั้งใหญ่อีกหลายหมื่นล้านบาท

เวสเทิร์น ดิจิตอล เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Hard Disk Drive (HDD) รายใหญ่ที่สุดของโลก สัญชาติอเมริกัน ที่ผ่านมามีการขยายธุรกิจโดยเข้าซื้อกิจการ HDD และหน่วยความจำจากหลายบริษัทชั้นนำ เช่น Fujitsu, Hitachi, SanDisk โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักที่สำคัญที่สุดของบริษัท และมีการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2540 ตั้งโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปราจีนบุรี มีการจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่า 20,000 คน มีมูลค่าเงินลงทุนสะสมในไทยกว่า 1.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการส่งออกกว่า 2.3 แสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ HDD กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในยุคดิจิทัล เนื่องจาก Data Center เลือกใช้ HDD เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูล เพราะสามารถบันทึกข้อมูลได้ปริมาณมาก มีความเสถียร และต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตท (SSD) กว่า 5-7 เท่า ขณะที่ SSD จะนิยมใช้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กมากกว่า ส่งผลให้ความต้องการ HDD สำหรับ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันเกิดภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดโลก สะท้อนว่า HDD ไม่ใช่เทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงขาลง แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในยุคที่ AI และ Cloud Computing ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

เทคโนโลยี HAMR จะช่วยเพิ่มความจุของ HDD โดยอาศัยการให้ความร้อนด้วยลำแสงเลเซอร์เฉพาะจุด เพื่อทำให้การบันทึกข้อมูลมีความละเอียดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเทคโนโลยี HAMR จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา HDD ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน HAMR ยังมีข้อจำกัดด้านการควบคุมอุณหภูมิ ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต และต้นทุนในการผลิต จึงจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สามารถยกระดับสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล ครั้งนี้ จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในไทย ผ่านการพัฒนา ซัพพลายเออร์และการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่าร้อยละ 60 อีกทั้งบริษัทจะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยของไทย เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม HDD ในประเทศไทย และเสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก HDD ระดับโลก” นายนฤตม์ กล่าว

TAGS: #บีโอไอ #เวสเทิร์นดิจิตอล #DataCenter #AI