เร่งเจรจา FTA ไทย-EU คืบหน้าต่อเนื่องคาดปิดดีลทันปลายปี

เร่งเจรจา FTA ไทย-EU คืบหน้าต่อเนื่องคาดปิดดีลทันปลายปี
กรมเจรจาฯ ชี้เจรจา รอบที่ 8 เพิ่มมาตรการเยียวยาการค้า ข้อยกเว้นการใช้มาตรการ ภายใต้ FTA  นัดประชุมต่อเดือน มิ.ย.นี้ ตั้งเป้าสรุปภายในปีนี้

น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป หรือ EU รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เชียงใหม่ โดยในภาพรวมการเจรจามีความคืบหน้าที่ดีอย่างต่อเนื่อง และสามารถหาข้อสรุปข้อบทได้เพิ่มขึ้นสามบท (chapter) ได้แก่ 1. มาตรการเยียวยาทางการค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบหากมีการทะลักของสินค้านำเข้าจากการลด/ยกเลิกภาษี

2.ข้อยกเว้นในการใช้มาตรการต่างๆ ภายใต้ FTA เช่น ข้อยกเว้นเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และข้อยกเว้นด้านความมั่นคง เป็นต้น และ 3.หลักการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติและการเปิดตลาดการค้าสินค้า ซึ่งเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ด้านการค้าสินค้าระหว่างประเทศคู่ภาคี รวมทั้งได้ข้อสรุปในหัวข้อย่อยเรื่องกฎระเบียบด้านการบริการจัดส่งภายใต้บทการค้าบริการและการลงทุน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและความโปร่งใสด้านกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจสาขาดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการได้ข้อสรุปเพิ่มเติมในรอบนี้ ส่งผลให้เมื่อรวมกับบทที่ได้ข้อสรุปแล้วในการเจรจาก่อนหน้านี้ (แนวทางปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ ความโปร่งใส พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ระบบอาหารที่ยั่งยืน การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และการเคลื่อนย้ายเงินทุน)

ทั้งนี้ส่งผลให้การเจรจาสามารถสรุปข้อบทได้แล้ว รวม 11 บท จากทั้งหมด 24 บท ซึ่งการเจรจาในข้อบทที่เหลือหลายเรื่องมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ การแข่งขันทางการค้า และภาคผนวกยานยนต์ที่อยู่ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า สำหรับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา กระบวนการระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการความตกลง รวมทั้งในส่วนของการเจรจาการเปิดตลาด (Market Access) ซึ่งประกอบด้วย การเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในขั้นตอนต่อไป ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแผนการดำเนินงาน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการจัดประชุมหารือระหว่างรอบ (intersessions) ในส่วนของฝ่ายไทย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเจรจารอบถัดไปซึ่งมีกำหนดในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 มีความคืบหน้ามากที่สุด โดยตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้

น.ส.โชติมา กล่าวว่า การจัดทำ FTA ไทย-EU เป็นเรื่องที่ภาคส่วนต่างๆ ให้ความสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน รักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบการค้าของไทยให้เป็นสากลสอดคล้องกับระเบียบโลกใหม่

ทั้งนี้จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีความผันผวนมากขึ้นหลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้า ผ่านการเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ โดยล่าสุดไทยได้สรุปผลการเจรจา FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ในขณะที่ EU ได้สรุปผลการเจรจา FTA กับอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายน 2568 และอยู่ระหว่างการเจรจากับไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ในปี 2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น การค้าระหว่างไทยกับ EU มีมูลค่า 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ร้อยละ 3.44 โดยไทยส่งออกไป EU มูลค่า 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 9.27 และไทยนำเข้าจาก EU มูลค่า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 3.86 สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าที่สำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์

 

TAGS: #FTAไทย-EU #กรมเจรจาการค้า