กรมการค้าฯเดินหน้าขยายผลมาตรการดูแลราคาสินค้าเกษตร เล็งดึงสินค้าเวชภัณฑ์เข้าโครงการสุขกาย สบายกระเป๋าพลัส ต่อยอดความร่วมมือ DIT X Heliconia Plus
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมาให้ความสำคัญ ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมุ่งดูแลประชาชนอย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภค เกษตรกร และผู้ประกอบการ โดยเน้นการลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับรายได้ และรักษาความเป็นธรรมทางการค้า ในส่วนของประชาชนทั่วไป ได้ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ โครงการธงฟ้า กิจกรรมช่วงเทศกาลสำคัญ และโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนรวมกว่า 1,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังสร้างความเชื่อมั่นด้านการจับจ่ายใช้สอย โดยยกระดับมาตรฐานหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมันกว่า 6,800 แห่งทั่วประเทศ และตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งตวงวัดในตลาดค้าส่งค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยใน 10 จังหวัด โดยเร่งกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาสูงเกินสมควร
ด้านเกษตรกร หนึ่งในผลสำเร็จที่ชัดเจน คือ สถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับตัวดีขึ้น โดยปัจจุบันราคาข้าวเปลือกขาวปรับสูงกว่า 8,000 บาทต่อตัน ขณะที่ข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ระดับ 14,700–16,100 บาทต่อตัน และบางพื้นที่แตะระดับ 18,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวเปลือกปทุมธานีอยู่ที่ 8,000–8,300 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 6,300–7,200 บาทต่อตัน และข้าวเหนียว 7,000–10,000 บาทต่อตัน
สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1,000 บาทต่อตัน และข้าวเปลือกเจ้าปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 400 บาทต่อตัน ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ราคาปรับตัวดี โดยเป็นผลจากมาตรการของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ควบคู่กับการดำเนิน โครงการตลาดนัดข้าวเปลือก รวมกว่า 50 ครั้งใน 32 จังหวัด ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าไปรับซื้อถึงแหล่งผลิต ทำให้ราคานำตลาดสูงกว่าทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน
ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในยังดำเนินมาตรการชะลอการขาย เปิดจุดรับซื้อนอกพื้นที่ และตรวจสอบการรับซื้อสินค้าเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ข้าว และปาล์มน้ำมัน เพื่อป้องกันการกดราคาและสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกร
อย่างไรก็ดียังยกระดับสินค้าเกษตรไทย ผ่านโครงการ DIT X MasterChef Thailand เพื่อสร้างการรับรู้ว่า วัตถุดิบเกษตรของไทยสามารถยกระดับสู่สินค้ามูลค่าสูงได้ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาด โดยเชื่อมโยงสินค้าเกษตรกับพันธมิตร Modern Trade และสถานีบริการน้ำมัน อาทิ สินค้ามะพร้าวน้ำหอมและหอมแดง คิดเป็นมูลค่ากว่า 8.5 ล้านบาท ตลอดจนความร่วมมือ DIT X AirAsia นำวัตถุดิบเกษตรไทยไปเสิร์ฟบนเครื่องบิน และ DIT X Tao Bin นำผลไม้จากเกษตรกรไปจำหน่ายผ่านตู้เต่าบิน เพิ่มโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
ในส่วนของผู้ประกอบการ กรมการค้าภายในได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการชายแดนในการเชื่อมโยงตลาดออกนอกพื้นที่แล้ว 15 ครั้ง พร้อมสนับสนุนค่าขนส่งผ่านไปรษณีย์ และร่วมมือกับแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ นอกจากนี้ ยังช่วยสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการในการเพิ่มช่องทางตลาด รวมถึงการยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านโครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย และ Farm Outlet เพื่อเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
นายวิทยากร กล่าวว่า ระยะต่อไปกรมการค้าภายในจะเดินหน้าขยายผลมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าผ่าน Mobile ธงฟ้าพุ่มพวง การขยายโครงการสุขกาย สบายกระเป๋าพลัส ไปยังสินค้าเวชภัณฑ์จำเป็น การต่อยอดความร่วมมือ DIT X Heliconia Plus และการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ เพื่อดูแลค่าครองชีพ ยกระดับรายได้ และสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้ประชาชนทุกกลุ่ม