กฟผ.เปิดมุมมองพลังงานอนาคต ความล้ำหน้าของเกาหลีใต้ ต้นแบบผู้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ Top 5 ของโลก ขับเคลื่อนสู้เป้าหมาย Net Zero
ปัจจุบันแรงกดดันจากการปล่อยคาร์บอนที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะที่เกิดจากภาคพลังงาน ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกต่างแสวงหาแหล่งพลังงานสะอาด เพื่อร่วมกันรักษาโลกใบนี้ไว้ เช่นเดียวกับประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ที่จะเกิดขึ้นในปี 2050
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือ กฟผ. ในฐานะเป็นหน่วยงานดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด สอดรับกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ (PDP2024) ที่กำหนดให้มีพลังงานสะอาดมากว่า 50 % ของกำลังการผลิตทั้งหมด
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงการเดินทางศึกษาดูงานเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR)ที่ศูนย์วิจัยกลาง (Central Research Institute : CRI) ของบริษัท Korea Hydro & Nuclear Power Co., Ltd. (KHNP) พร้อมเยี่ยมชมโรงงานผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของ KEPCO Nuclear Fuel (KNF) และโรงงานผลิตเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนของบริษัท Doosan Enerbility Co., Ltd. ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ว่า ที่ผ่านมา กฟผ. เดินหน้าโครงการสำคัญที่รองรับกับเป้าหมายพลังงานสะอาดหลายโครงการสำคัญ เช่น โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) รวมถึงเทคโนโลยี SMR เพื่อสนับสนุนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
ปัจจุบันร่างแผน PDP 2024 กำหนดให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR จำนวน 2 โรง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 โดย กฟผ. ติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยี SMR จากนานาประเทศอย่างใกล้ชิด ร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ.jpg)
สำหรับบริษัท KHNP ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนิวเคลียร์ของโลก มีประสบการณ์กว่า 50 ปี และมีศูนย์วิจัยกลาง CRI ณ เมืองแทจอน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการวิจัยเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่ รวมถึงระบบความปลอดภัย ล่าสุดได้พัฒนาเทคโนโลยี i-SMR ที่ใช้น้ำเป็นตัวหล่อเย็น ติดตั้งแบบฝั่งใต้ดิน พร้อมระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety สามารถหยุดการทำงานอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหรือบุคลากรควบคุม ภายในศูนย์ยังจัดแสดงแนวคิด Smart City ผสานพลังงานจาก i-SMR พลังงานหมุนเวียน และไฮโดรเจน เพื่อพัฒนาเมืองแทกูสู่ “Smart Net-Zero City” โดยมีศูนย์ควบคุมที่ใช้ AI และเทคโนโลยี ICT ในการบริหารจัดการระบบพลังงานแบบครบวงจร
ทั้งนี้สาธารณรัฐเกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ Top 5 ประเทศที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากที่สุด จำนวน 26 โรง คิดเป็นร้อยละ 30 ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ซึ่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทั้งหมดจัดหาโดยบริษัท KNF ผู้ผลิตเชื้อเพลิงนิวเคลียร์รายเดียวของประเทศที่สามารถผลิตเชื้อเพลิงทั้งสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ชนิด Light Water (LWR) และ Heavy Water (HWR) ผ่านมาตรฐาน ISO 19443:2018 เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับสากล
ขณะที่ในแผนพลังงานแห่งชาติฉบับที่ 11 มีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงการ SMR ขนาด 680 MWe ผ่านเทคโนโลยี “i-SMR (Innovative Small Modular Reactor)” จำนวน 4 โมดูล พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทและสถาบันวิจัยชั้นนำของเกาหลีใต้ (เช่น KHNP, KAERI, KEPCO E&C) ภายใต้ i-SMR Consortium ตั้งเป้าก่อสร้างแห่งแรกและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2035
นายวฤต กล่าวว่า นอกจากนี้ กฟผ. ยังให้ความสำคัญกับพลังงานไฮโดรเจน โดยได้ร่วมศึกษากับหลายหน่วยงาน อาทิ Doosan เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานปลอดคาร์บอน อาทิ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเซลล์เชื้อเพลิง โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการผสมไฮโดรเจนร้อยละ 5 กับก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม กฟผ. จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าวังน้อย โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าน้ำพอง และโรงไฟฟ้าจะนะ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรายงานผลการศึกษาข้อจำกัดของโรงไฟฟ้าต่อคณะกรรมการ กฟผ. พร้อมทั้งจับมือบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น อาทิ บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด (MCT) ศึกษาและพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนียบนพื้นที่ศักยภาพ กฟผ.
ทั้งนี้สาธารณรัฐเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบไฮโดรเจนก้าวหน้าที่สุด ภายใต้นโยบาย Hydrogen Economy Roadmap ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การกักเก็บ ไปจนถึงระบบสถานีบริการและการใช้ในภาคพลังงาน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์จำนวนมาก เช่น โครงการ Shinincheon Bitdream โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิต 78.96 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ Doosan ทั้งหมด.jpg)
“เกาหลีเป็นประเทศที่มีการนำไฮโดรเจนมาใช้อย่างจริงจัง เพราะไฮโดรเจนมีวิธีการใช้ที่หลากหลาย สำหรับไทยเดิมจะมีการนำมาผสมในก๊าซธรรมชาติ ส่งมาตามท่อ เมื่อเอามาเผาไหม้ในที่โรงไฟฟ้าจะช่วยปลอยคาร์บอนลดลง ขณะที่กรณีศึกษาของเกาหลี จะนำไฮโดรเจนมาแปลงเป็นไฟฟ้า โดยผลิตเซลเชื้อเพลิง เหมือนกับที่ใช้ในรถยนต์ ซึ่ง Doosan มีทั้งที่ผลิตใช้ในประเทศและส่งออกด้วยมีการผลิตสะสมร่วม 800 เมกะวัตต์” .jpg)
การพัฒนาโครงการ SMR เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่ใช้เวลาเตรียมการกว่า 10 ปีขึ้นไปตั้งแต่กฎหมาย กฎระเบียบ บุคลากร โดยเฉพาะการสร้างการยอมรับของสังคมที่ต้องอาศัยการสื่อสารและความต่อเนื่องของนโยบาย ซึ่งเทคโนโลยี SMR และไฮโดรเจนถือเป็นความหวังใหม่ของระบบไฟฟ้าไทย ในการยกระดับความมั่นคงพลังงาน ที่จะทำให้ไทยมีโอกาสบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วขึ้นจากปี 2065 เป็นปี 2050
กฟผ. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนร่วมกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานสีเขียวอย่างยั่งยืน
สำหรับประเทศไทยไม่ว่าจะมีโอกาสได้ใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือไม่ในอนาคต แต่อย่างน้อยในระหว่างนี้ยังต้องศึกษาเรียนรู้สร้างความเข้าใจในเชิงสังคม เพื่อให้ทันต่อโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เพราะท้ายสุดผลลัพท์ที่เกิดขึ้นคือต้องมีพลังงานที่มั่นคงและราคาเหมาะสม รวมถึงตอบรับกับ Net Zero ที่จะเกิดขึ้นในปี 2050