กรีน แคปปิตอล ทุ่ม 100 ล้านบาท เปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้า 12 คัน ให้บริการเส้นทางเชียงใหม่–เชียงราย และเชียงใหม่–พะเยา ตั้งเป้าลดคาร์บอนเกือบพันตันต่อปี พร้อมปักหมุดเครือข่ายสถานีชาร์จรองรับยานยนต์ไฟฟ้า
บริษัท กรีน แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารประจำทางสายเหนือ (Green Bus) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้า “EV GREENBUS” และสถานีชาร์จพลังงานสะอาด “Fair Super Charge” ณ สำนักงานกรีนบัส จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีน แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโครงสร้างระบบเดินรถครั้งใหญ่ของ Green Bus พร้อมกำหนดทิศทางการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด บริษัทย่อยของกรีนแคปปิตอล ได้ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท จัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า 12 คัน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วยสถานีชาร์จ “Fair Super Charge” เพื่อเดินหน้าสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ โดยเฟสแรกจะให้บริการ 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ เชียงใหม่–เชียงราย และเชียงใหม่–พะเยา กำหนดเริ่มเดินรถต้นเดือนธันวาคม 2568 พร้อมคาดการณ์อัตราบรรทุกผู้โดยสาร 80–90%
รถโดยสารไฟฟ้าทั้ง 12 คันจะรองรับระยะทางให้บริการรวมกว่า 3 ล้านกิโลเมตรต่อปี ลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ราว 1 ล้านลิตรต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 960 ตันต่อปี หรือเฉลี่ย 56.7 กิโลกรัมต่อเที่ยว เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 96,000 ต้นต่อปี นับเป็นการยกระดับคุณภาพระบบขนส่งภาคเหนือ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และผลักดันเมืองสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
นายกฤษฏิภาชย์ กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาว 10–20 ปี เพื่อปรับเปลี่ยนรถโดยสารที่มีระยะทางให้บริการไม่เกิน 450 กิโลเมตรให้เป็นรถ EV ทั้งหมด ปัจจุบัน Green Bus มีรถโดยสาร 100 คัน ให้บริการกว่า 10 เส้นทาง โดย 80 คันปฏิบัติงานในภาคเหนือตอนบน และในจำนวนนี้มีรถ EV แล้ว 12 คัน หรือคิดเป็น 12%
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรถ EV อีก 25 คัน และเมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2570 บริษัทมีแผนระดมทุนเพื่อเปลี่ยนรถดีเซลทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้า คาดว่าภายใน 5 ปี จะเปลี่ยนรถโดยสาร 80 คันในภาคเหนือเป็น EV เต็มรูปแบบ
ด้านสถานี “Fair Super Charge” มาพร้อมหัวชาร์จ 6 หัว ชาร์จเร็วสูงสุด 720 KWH รองรับรถ EV ทั้งของกรีนบัสและประชาชนทั่วไป โดยกำหนดสัดส่วนการใช้ 60% สำหรับ EV Greenbus และ 40% สำหรับผู้ใช้รถ EV อื่น ๆ พร้อมมีแผนขยายสถานีไปยังจังหวัดสำคัญในภาคเหนือ เช่น เชียงราย และเมืองท่องเที่ยวหลัก เพื่อสร้างเครือข่ายคมนาคมสีเขียวที่สมบูรณ์ กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค
รถโดยสาร EV GREENBUS ทั้ง 12 คันเป็นรถผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท เน็คพ้อยท์ (NEX) เป็นรถขนาด 40 ที่นั่ง และแบบวีไอพี 24 ที่นั่ง มาพร้อมระบบดักฝุ่น PM 2.5 เทคโนโลยีติดตามควบคุมรถ และมีราคาคันละ 7 ล้านบาท
นายกฤษฏิภาชย์กล่าวทิ้งท้ายว่า กรีนบัสมุ่งเน้นการดำเนินงานตามแนวคิด ESG เพื่อสร้างระบบขนส่งที่ตอบโจทย์เมือง สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา Climate Change
สำหรับผลประกอบการปี 2568 ช่วงไตรมาส 3–4 เศรษฐกิจชะลอตัวจากปัจจัยสงครามและภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง คาดว่ารายได้รวมปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 385 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ที่มีรายได้ราว 400 ล้านบาท