สบน. ออกพันธบัตรออมทรัพย์ล็อตแรก ปีงบประมาณ 68 วงเงิน 3.53 หมื่นล้านบาท ส่วนแรกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่น 150 ปี กระทรวงการคลัง วงเงิน 300 ล้านบาท วางจำหน่าย ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 1-3
นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง สบน. ได้เปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ประจำปีงบประมาณ 2568 ล็อตแรก โดยเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2568 รวมวงเงิน 35,300 ล้านบาท ส่วนแรกคือ พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่น 150 ปี กระทรวงการคลัง วงเงิน 300 ล้านบาท โดยจะจำหน่ายในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบรอบ 150 ปี ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 1-3 พ.ค. 2568 หน่วยละ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.15% ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) 15 ปี จำหน่ายแบบมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดช่องทางการจำหน่าย ผู้มีสิทธิ์ซื้อคือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย โดยวันที่ 1-2 พ.ค. 2568 เวลา 10.00 – 19.00 น. วงเงินขั้นต่ำ ต้องซื้อ 1 หน่วย ราคา 1 ล้านบาท และขั้นสูง 2 หน่วย 2 ล้านบาท ส่วนวันที่ 3 พ.ค. 2568 10.00 – 15.00 น. จะจำหน่ายวงเงินที่เหลือจาก (ถ้ามี) กำหนดขั้นต่ำ 1 หน่วย 1 ล้านบาท และไม่จำกัดวงเงิน
นอกจากนี้ สบน. ยังได้ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อจัดทำ “รูปจำลองใบพันธบัตรที่ระลึก” ชุดพิเศษ เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 150 ปี วันสถาปนา โดยมีความพิเศษคือ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 ใบ ในราคาใบละ 4,999 บาท
นายพชร กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่สองคือ พันธบัตรออมทรัพย์ ปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 1 วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท จะจำหน่ายในวันที่ 8-16 พ.ค. 2568 ผ่านวอลเล็ต สบม. (สะสมบอนด์มั่งคั่ง) บนแอพพลิเคชันเป๋าตัง วงเงิน 10,000 ล้านบาท และวันที่ 13-15 พ.ค. 2568 จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย วงเงิน 25,000 ล้านบาท รายละเอียดเป็นดังนี้ การจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอพพลิเคชันเป๋าตัง เป็นพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.65% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้มีสิทธิ์ซื้อบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป วงเงินขั้นต่ำ 100 บาท และขั้นสูง 20 ล้านบาทบาท
ทั้งนี้ สบน. ได้ปรับเงื่อนไขการซื้อให้กระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง จำกัดให้ผู้ลงทุนทยอยซื้อครั้งละ ได้ด้วยวงเงินจำกัด 5 ล้านบาทต่อครั้ง และสามารถซื้อได้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย วิธีการจัดสรรจะเป็นรูปแบบมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน
รวมถึงมีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 25,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 7 ปี และอัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผู้มีสิทธิ์ซื้อบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท c]tไม่จำกัดวงเงินขั้นสูง
ทั้งนี้ การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ให้กับประชาชนในวันที่ 13 - 15 พ.ค. 2568 จะใช้วิธีการจัดสรรพันธบัตรแบบ Small Lot First (ทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ เวียนจนครบผู้ซื้อทุกราย) โดยทวีคูณรอบละ 1,000 บาท ซึ่งลำดับในการจองซื้อก่อน-หลัง ไม่มีผลต่อการจัดสรร และในกรณีที่วงเงินพันธบัตรที่จะจัดสรรในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ผู้ซื้อทุกราย ระบบคอมพิวเตอร์จะจัดสรรพันธบัตรในรอบสุดท้ายด้วยวิธีการสุ่ม จนครบวงเงินจำหน่าย โดยผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรพันธบัตร และได้รับเงินคืน กรณีที่ไม่ได้รับจัดสรรพันธบัตร หรือได้รับจัดสรรไม่ครบตามวงเงินจองซื้อ ในวันที่ 16 พ.ค. 2568
“สำหรับวงเงินที่จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม. และผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะแยกจากกัน โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้ง 2 ช่องทาง โดยประชาชนที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหนังสือชี้ชวน และเอกสารสรุปเงื่อนไขการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ หรือสอบถามได้กับธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 แห่ง” นายพชร กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รัฐบาล ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเชื่อว่ายังเป็นที่ต้องการสูงของนักลงทุน เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูง และความเสี่ยงต่ำ อีกทั้ง สบน.มีแผนจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ในปีนี้อีก 1-2 ครั้ง โดยรวมแล้ว ไม่เกิน 3 ครั้ง ตรงนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินตามแผนการกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ