"อนุทิน" ยันรัฐบาลไม่ก้าวก่ายการตรวจสอบคดีทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ระบุทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมรอผลประชุม กสถ. 23 ก.ค. ย้ำหากหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครต้องดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผย หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่วันที่ 23 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า เรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว ฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้
ผู้สื่อข่าวถามว่านายก ฯ จะเป็นประธานเข้าประชุม กสถ. ด้วยตนเองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องดูเอกสาร หากมีเอกสารอะไรมาก็ต้องพิจารณาจากเอกสาร และดูว่ากสถ.มีมติอย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการอย่างที่มีการนำเสนอ ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เข้าประชุม แต่ปัจจุบันได้มอบหมายนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เข้าประชุมแทน
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะเข้าประชุมด้วยตนเอง นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีปัญหาก็พร้อมเข้าไปดู แต่ขณะนี้หลายเรื่องเริ่มมีความกระจ่างชัด จึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก และไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงใด ๆ
ส่วนข้อสังเกตว่า มติ กสถ. สามารถยกเลิกหรือเพิกถอนการบรรจุได้เลยโดยไม่ต้องใช้มติของ ก.กลาง หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้แต่ละฝ่ายให้ความเห็นไม่ตรงกัน จึงมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาข้อกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละคณะกรรมการก็ต้องทำหน้าที่ดำเนินการทุกอย่างไปให้สุดซอย ส่วนการตีความเป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากไม่พอใจก็สามารถใช้สิทธิเรียกร้อง ร้องเรียน หรืออุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กว่าล่าว รายละเอียดทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ทั้ง กสถ. และ กรรมการกลาง
สำหรับกรณีที่มีการมองว่าขบวนการทุจริตมีตัวการใหญ่ 3 คน และอาจมีมากกว่านั้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งได้นำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีแล้ว อีกทั้งคณะกรรมการ กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งความในฐานะผู้เสียหาย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ยังดำเนินการเรื่องนี้และประสานงานกับตำรวจอยู่ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะทุกหน่วยงานกำลังติดตามเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ สร้างความเป็นธรรม และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก พร้อมยอมรับว่ารู้สึกแย่ที่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นข้าราชการ
เมื่อถามอีกว่าการอธิบายต่อสังคม เนื่องจากมีการพาดพิงนักการเมืองและพรรคการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือรัฐบาล ไม่ใช่พรรคการเมือง และรัฐบาลได้สั่งการทุกหน่วยงานว่าจะต้องไม่มีการทุจริต ไม่สามารถปล่อยให้มีข้าราชการใหม่ที่เข้าสู่ระบบด้วยการทุจริตได้ ผู้สอบตกก็ต้องเป็นผู้สอบตก ผู้สอบได้ก็ต้องเป็นผู้สอบได้ การจัดลำดับคะแนนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และตามลำดับคะแนนที่กำหนด พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่
ส่วนข้อวิจารณ์ว่าจะไม่สาวไปถึงตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง นายอนุทิน กล่าวว่า หากการสอบสวนไปถึงใครก็ต้องดำเนินการกับคนนั้น โดยมีทั้ง ป.ป.ช. , ตำรวจ , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะทำงานของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมดำเนินการตามหน้าที่ เพราะแต่ละหน่วยงานมีความชำนาญในการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงถึงรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ไปถามเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะเมื่อหลักฐานไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการกับคนนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง
ส่วนกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมตรวจสอบทั้งที่ไม่มีผู้สั่งการ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นหน้าที่ของ ปปง. ในการตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงิน พร้อมยกตัวอย่างว่า หากมีการนำเงินสดเข้าบัญชีวันละ 500,000 บาท ติดต่อกัน 10 วัน ชื่อก็จะปรากฏในระบบของ ปปง. อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีผู้สั่งการ
สำหรับกรณีที่นายไทกร พลสุวรรณ ออกมาเปิดเผยว่ามีเส้นทางการเงินไปถึงรัฐมนตรีที่ตึกสีขาว นายอนุทิน กล่าวว่า จะตึกสีขาว ตึกสีครีม ถ้ามีความเกี่ยวข้องกับใคร ก็ย่อมเป็นไปตามกรรม
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดดระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึง กรณีอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในการเพิกถอนข้าราชการว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ตนพูดผ่านสื่อไปหมดแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่าเป็นอำนาจของ กสถ. หรือต้องใช้อำนาจของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) นายอรรษิษฐ์ กล่าวย้ำว่า ให้ไปฟังเทป เพราะพูดไปหมดแล้ว
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถอธิบายชัดเจนได้หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตอบเหมือนเดิมว่า พูดไปหมดแล้ว และเดินหนีขึ้นตึกไทยทันที