ชง ครม. 21 ก.ค.ยืดอุทธรณ์บัตรสวัสดิการญถึง 20 ก.ย. แก้เกณฑ์รถเก่า-โอนลอย-นักศึกษานอกระบบ ดันไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ประคอง 6 ล้านคนตกหล่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวโครงการลงทะเบียนเพื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยประเด็นสำคัญคือ การทบทวนสิทธิผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยเฉพาะกรณีรถเก่า รถโอนลอย รถสิ้นสภาพ นักเรียนนักศึกษานอกระบบ รวมถึงการขยายเวลายื่นอุทธรณ์ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาจัดเตรียมเอกสารหลักฐานและไม่ถูกตัดสิทธิจากข้อมูลในระบบที่ไม่ตรงกับสภาพจริง
ผู้ร่วมแถลงประกอบด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาผู้ไม่ผ่านเกณฑ์
นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่มีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงกำหนดให้มีการลงทะเบียนใหม่ทุก 2 ปี หลังพบข้อร้องเรียนว่าบางรายมีรายได้สูงยังได้รับสิทธิ ขณะที่ประชาชนที่เดือดร้อนจริงบางส่วนกลับตกหล่น
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง จะทำงานร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำรวจข้อมูลประชากร ทำประชาคม และค้นหาผู้สมควรได้รับสิทธิในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สะดวกใช้ระบบอินเทอร์เน็ต
นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ก.ค. 2569 คือการขอขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์หรือทบทวนสิทธิ ออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. 2569 จากเดิมที่จะสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสาร เช่น หลักฐานการโอนลอย เอกสารยืนยันรถสิ้นสภาพ หรือข้อมูลอื่นที่ใช้โต้แย้งฐานข้อมูลราชการได้ครบถ้วน
พร้อมกันนี้ มหาดไทยจะตั้งศูนย์ One Stop Service ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อรับเรื่องทบทวนสิทธิ อำนวยความสะดวกด้านเอกสาร และลดภาระค่าเดินทางของประชาชน หากใครไม่สามารถเดินทางมาอำเภอได้ จะใช้กลไก “อำเภอพึ่งได้” ส่งเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่รับเรื่อง ยืนยันตัวตน และตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงหมู่บ้าน พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวและเสียงตามสาย
ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะมีชื่อถือครองรถยนต์ ทั้งที่รถมีอายุใช้งานนาน มูลค่าต่ำ ใช้งานไม่ได้ หรือขายแบบโอนลอยแต่ชื่อยังค้างอยู่ในระบบทะเบียน ทำให้คนจนจำนวนหนึ่งถูกตัดสิทธิทั้งที่ไม่ได้มีทรัพย์สินตามที่ระบบแสดง
กระทรวงคมนาคมจึงเสนอ ให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การถือครองยานพาหนะ โดยไม่นำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี มานับเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ เนื่องจากเป็นรถเก่าที่มีมูลค่าต่ำและหลายกรณีไม่ได้ใช้งานจริง
นอกจากนี้ จะเสนอปรับเกณฑ์ให้ผู้สมัครสามารถถือครองรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ได้ไม่เกิน 2 คัน หากยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ จากเดิมที่อนุญาตเพียงคันเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของครัวเรือนรายได้น้อย โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางไปทำงานหรือประกอบอาชีพ
สำหรับรถสิ้นสภาพแต่ชื่อยังค้างอยู่ในระบบ ประชาชนสามารถแจ้งสำนักงานขนส่งจังหวัดให้จัดทำบันทึกยืนยันข้อเท็จจริง เพื่อใช้ประกอบการอุทธรณ์ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียสิทธิโดยไม่มีช่องทางชี้แจง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่จะเสนอคือการปรับหลักเกณฑ์สำหรับนักเรียนนักศึกษานอกระบบ เช่น สกร. หรืออาชีวศึกษานอกระบบ ไม่ให้ถูกตัดสิทธิโดยพิจารณาเพียงสถานภาพนักศึกษา แต่จะนำองค์ประกอบความเดือดร้อนอื่นมาพิจารณาร่วม เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องลาออกจากระบบการศึกษาเพียงเพื่อรักษาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายนฤชา กล่าวว่า กรมการปกครองจะใช้ 3 กลไกหลักสนับสนุนโครงการ ได้แก่ การเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ผ่านสิทธิเข้าใจการใช้สิทธิ รวมถึงสิทธิค่าน้ำค่าไฟเพิ่มเติม การชี้แจงขั้นตอนทบทวนสิทธิสำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ และการตั้งศูนย์ประสานงาน One Stop Service ที่อำเภอทั่วประเทศ โดยกรมการปกครองพร้อมเป็นเครือข่ายให้ทุกกระทรวงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับพื้นที่ เช่น สภาพรถยนต์ที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือสถานภาพนักศึกษา
ด้านนายวินิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยืนยันว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องดูแลกลุ่มเปราะบางที่สุด ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 2.9 ล้านราย โดยกว่า 40% เกี่ยวข้องกับปัญหารถยนต์ คลังพร้อมรับข้อมูลข้อเท็จจริงจากพื้นที่ เช่น รถโอนลอย รถสิ้นสภาพ ทะเบียนค้าง หรือกรณีระบบทะเบียนไม่สะท้อนฐานะจริง เพื่อปรับการคัดกรองให้เป็นธรรมมากขึ้น
ในด้านรายได้ กระทรวงการคลังใช้ Dynamic Data หรือข้อมูลหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อตรวจสอบฐานะทางเศรษฐกิจล่าสุด แม้ผู้สมัครไม่เคยยื่นแบบภาษีก็ตาม ขณะเดียวกันจะเสนอเพิ่มเงื่อนไขข้อยกเว้นในหลักเกณฑ์การคัดกรอง เช่น รถยนต์ที่ไม่ได้อยู่ในสภาพใช้งานจริง รวมถึงกรณีถูกแอบอ้างชื่อในระบบภาษีหรือบัญชีม้า เพื่อให้สามารถประมวลผลคืนสิทธิแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจริงได้รวดเร็ว
นายวินิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอ ครม. โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเดิมประมาณ 6 ล้านรายที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการรอบใหม่ โดยจะใช้มาตรการนี้เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงรอยต่อ ผ่านการปรับสลับงบประมาณเดิมของบัตรสวัสดิการมาใช้ในโครงการนี้แทน
ทั้งนี้ ประเด็นที่กระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อจะเสนอ ครม. พิจารณาจะมีเรื่องหลักประกอบด้วย การขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 ก.ย. 2569 การปรับเกณฑ์รถเก่า รถโอนลอย และรถจักรยานยนต์ การปรับเกณฑ์นักเรียนนักศึกษานอกระบบ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จากนั้นหน่วยงานพื้นที่จะเร่งรับอุทธรณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และส่งข้อมูลกลับเข้าสู่ระบบคัดกรองกลาง เพื่อให้ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป