ยธ.มอบเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 14 ราย - เดินหน้าศึกษากองทุนช่วยเหลือเหยื่ออาญา

ยธ.มอบเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 14 ราย - เดินหน้าศึกษากองทุนช่วยเหลือเหยื่ออาญา
“รมว.ยุติธรรม” มอบเงินเยียวยาผู้เสียหายคดีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รายละ 3 แสนบาท เบื้องต้น 14 ราย รวมเป็นเงิน 4.2 ล้านบาท  ด้าน กรมคุ้มครองสิทธิฯ เดินหน้าศึกษาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อคดีอาญา

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 โดยมีนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ มีทายาทผู้เสียหายเข้ารับมอบเงินจำนวน 14 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,200,000 บาท ส่วนผู้มีสิทธิรายอื่นที่ไม่ได้มาร่วมงาน จะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือแล้วรวม 31 ราย เป็นเงินกว่า 9.3 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งทายาทผู้เสียชีวิต นักร้องนำหญิงและมือกลองวงดนตรีทศกัณฐ์ พนักงานชาวลาว รวมถึงประชาชนทั่วไป

นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับผู้เสียหายที่เสียชีวิตและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะได้รับเงินเยียวยารายละ 300,000 บาท โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา 31 ราย เนื่องจากล่าสุดพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 34 ราย แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการพิจารณาที่รวดเร็วที่สุด

ส่วนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดินช่วยเหลือในคดีอาญา อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า ความคิดเห็นของสังคมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ในอนาคต แต่ปัจจุบันยังต้องยึดตามกฎหมาย หากผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดและได้รับผลกระทบ รัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชน

พร้อมกันนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา เพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียนที่สามารถระดมเงินจากแหล่งอื่น เช่น เงินบริจาค การเรียกคืนจากผู้กระทำผิด หรือเงินจากมาตรการทางศาล เพื่อลดภาระงบประมาณและเพิ่มความรวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชน

สำหรับกรณี “ครูทราย” ซึ่งสามีเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หลังถูกวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นอาการแพนิค กรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลแล้ว หากเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย จะเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเยียวยา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ 300,000 บาท

นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยความคืบหน้าคดี “ลุงเปี๊ยก” ว่า กรมฯ ติดตามและสังเกตการณ์คดี หลังพบพยานหลักฐานอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยยืนยันว่าการอุ้มหายตามกฎหมายไม่ได้หมายถึงเฉพาะการหายตัวไปอย่างถาวร แต่รวมถึงการถูกควบคุมตัวโดยไม่ให้ญาติรับรู้ชะตากรรม แม้เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ กรมฯ ได้ให้การเยียวยาลุงเปี๊ยกครบถ้วนและอยู่ระหว่างติดตามคดีต่อไป

TAGS: #ไฟไหม้โรงเบียร์ #ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว #ลาดพร้าว #ไฟไหม้ #เพลิงไหม้ #ยุติธรรม