เหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ลาดพร้าว"เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจสอบ สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนส่วนกลางเร่งคลี่คลายคดี สอบปมทางหนีไฟถูกกีดขวาง ประตูฉุกเฉินใช้ไม่ได้ ขยายผลเอาผิดหากพบประมาท
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ภายใน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย
ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและให้ญาติเข้าติดต่อรับศพ โดยตำรวจได้เปิดศูนย์ประสานงานรับแจ้งข้อมูลญาติผู้เสียชีวิตที่ สน.พหลโยธิน และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย กระจายเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลหลายแห่ง และได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเข้าไปติดตามอาการเพื่อสอบปากคำผู้ที่สามารถให้ข้อมูลได้ ส่วนเจ้าของสถานประกอบการยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU)
จากการตรวจสอบสภาพอาคาร ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวที่มีอายุการใช้งานกว่า 53 ปี เจ้าหน้าที่พบข้อสังเกตหลายประการที่อาจส่งผลให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก โดยพบว่าทางออกด้านหน้ามีเพียง 2 จุด ขณะที่ผู้เสียชีวิตจำนวนมากกระจุกตัวอยู่บริเวณห้องน้ำชายและหญิง คาดว่าในช่วงเกิดเหตุไฟฟ้าดับและเกิดความโกลาหล ผู้คนอาจวิ่งเข้าไปเพื่อหาทางออกหรือหลบภัย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีประตูทางออกอีกจุดอยู่ใกล้ห้องน้ำ แต่ไม่มีผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกิดจากการมีสิ่งของกีดขวาง เช่น โต๊ะจำหน่ายสินค้า หรือประตูถูกล็อกไว้หรือไม่ ขณะเดียวกัน ทางหนีไฟด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับห้องครัวมีลักษณะแคบ และพบตู้ล็อกเกอร์รวมถึงชั้นวางของวางกีดขวางตลอดแนวทางเดิน ส่งผลให้การอพยพเป็นไปอย่างยากลำบาก
ในส่วนของสาเหตุเพลิงไหม้ กองพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างวัสดุตกแต่งบริเวณเหนือเวทีดนตรีเพื่อตรวจสอบว่าเป็นวัสดุไวไฟหรือไม่ พร้อมตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในอาคาร หลังได้รับข้อมูลจากนักดนตรีว่าภายในร้านเคยเกิดปัญหาไฟตกอยู่บ่อยครั้ง โดยจะพิจารณาทั้งประเด็นไฟฟ้าโหลดเกินและการทำงานของระบบตัดไฟอัตโนมัติ
เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการปะทุของเปลวไฟอย่างรุนแรงในช่วงเกิดเหตุ โดยคาดว่าอาจเกิดจากการเปิดประตูหรือทุบกระจกด้านหลังอาคาร ทำให้ออกซิเจนไหลเข้าสู่พื้นที่ที่กำลังเกิดการเผาไหม้ ส่งผลให้เปลวไฟพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง
ด้านการดำเนินคดี ผบ.ตร.ได้สั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมระหว่างกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน เพื่อสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร หุ้นส่วน ผู้จัดการ พนักงาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงช่างผู้ปรับปรุงอาคาร พร้อมตรวจสอบประวัติการต่อเติมอาคารว่าดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารอย่างถูกต้องหรือไม่ แม้เบื้องต้นจะพบว่าสถานประกอบการได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องก็ตาม
ผบ.ตร.กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุทาหรณ์อีกต่อไป แต่ควรเป็นจุดเปลี่ยนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการทั่วประเทศ พร้อมสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจสอบมาตรฐานด้านทางหนีไฟ ระบบความปลอดภัย และแผนเผชิญเหตุของสถานบริการทุกแห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต