“ศิริกัญญา” ยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอส่งเรื่องให้ศาลปกครองตรวจสอบมติ ครม.อนุมัติงบ 1.88 หมื่นล้านบาทจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จ่ายงบสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้อาจขัดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อศาลปกครอง ตรวจสอบกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณ 18,800 ล้านบาท จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การยื่นร้องครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการใช้งบประมาณในส่วนสวัสดิการเดิมของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งประกอบด้วยเงินช่วยเหลือรายเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส และค่าโดยสารสาธารณะ ที่รัฐสามารถจัดสรรผ่านงบประมาณปกติได้อยู่แล้ว แม้งบประมาณที่ตั้งไว้จะไม่เพียงพอก็ตาม
น.ส.ศิริหกัญญา ระบุว่า มาตรา 5 ของ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวกำหนดวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน หรือเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ใช่การนำมาใช้กับรายจ่ายประจำในสถานการณ์ปกติ
รองหัวหน้าพรรคประชาชนยังชี้ว่า กระทรวงการคลังเคยให้เหตุผลว่าเงินกู้เป็นเพียงแหล่งเงินเพิ่มเติม แต่เมื่อ พ.ร.ก. กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน การใช้จ่ายจึงต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายดังกล่าว
น.ส.ศิริกัญญา อธิบายว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้แตกต่างจากการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการออก พ.ร.ก. ส่วนการยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครองของ ครม. ในการอนุมัติโครงการและการใช้เงินกู้ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังมองว่ารัฐบาลยังมีช่องทางงบประมาณอื่นรองรับ เช่น งบกลางสำรองฉุกเฉิน หรือการโอนงบประมาณ จึงไม่จำเป็นต้องนำเงินกู้สำหรับสถานการณ์พิเศษมาใช้กับสวัสดิการปกติ พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้เกิดขึ้น อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่เหมาะสมและส่งผลต่อภาระหนี้สาธารณะในอนาคต
“การที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ ไม่ใช่เหตุให้สามารถนำเงินกู้มาใช้ได้ตามอำเภอใจ เพราะต้องบริหารจัดการภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว