นายกฯ ย้ำตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ลั่น ปั๊มไหนขึ้นราคาเกินกรอบกฎหมาย พร้อมดําเนินการ ขอประชาชนอย่ากังวล ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่จำเป็นต้องกักตุน หวั่นเสี่ยงเป็นเชื้อเพลิง
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประชาชนเริ่มมีความกังวลถึงผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และเริ่มมีการกักตุนน้ำมัน ได้รับรายงานแล้วหรือยัง ว่า กระทรวงพลังงานและตนได้ให้คํายืนยันแล้วว่าในเรื่องของราคาพลังงานน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบ ไม่ว่าจะบวกหรือลบ เราจะตรึงราคาไว้อย่างน้อย 15 วัน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกักตุนน้ำมันหรือสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค การกักตุนน้ํามันอันตราย เอาไปเก็บไว้ที่บ้านอาจจะเป็นเชื้อเพลิง วันนี้ไม่มีความจําเป็นที่จะไปทําอะไรเช่นนั้น
เมื่อถามว่า มีปั๊มน้ํามันบางแห่งชิงขึ้นราคาน้ํามันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ปั้มไหนขึ้น รัฐบาลบอกแล้วว่าเราได้รับคํายืนยันจาก ปตท. เขาบอกแล้วว่าไม่ปรับขึ้นราคา ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนแล้ว ใครจะชิงขึ้นราคาเราก็ต้องดู ถ้าใครปรับราคาขึ้นไปแล้วผิดกฎหมาย เราก็ต้องดําเนินการ แต่วันนี้เรามีข้อเปรียบเทียบแล้ว สมมุติปั๊มไหนขึ้นราคา แต่ ปตท.บอกว่าไม่ขึ้นราคา ก็มาเติมน้ํามันที่ปตท.
เมื่อถามอีกว่า ปั๊มเชลล์ขึ้นราคาน้ํามัน 4 บาท นายกฯ ย้อนถามว่า " ก็ลงมาแล้วไม่ใช่หรือ ลดราคาลงมาแล้วเมื่อเช้านี้ "
เมื่อถามว่า จะทําอย่างไรให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลน้อยลง เพราะรัฐบาลระบุว่าพลังงานสำรองอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 60 วัน นายกฯ ตอบว่า ก็ได้ทําทุกอย่าง เมื่อวานความกังวลเรื่องราคาสินค้าก็ได้ออกมาตรการทั้งหลาย และเรื่องตรึงราคาน้ำมันก็เป็นมาตรการ และเป็นนโยบายที่กระทรวงพลังงานเข้าไปดําเนินการเพื่อให้เกิดการตรึงราคาน้ํามัน ก็ไม่เกิดความเดือดร้อน การช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคที่มีปัญหาในตะวันออกกลาง ก็ดําเนินการอย่างเต็มที่และติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง เพราะเรามีพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่าเป็นญาติเรา ที่เขามีความเดือดร้อนเราก็เป็นห่วงเขาได้ แต่ต้องไม่ตระหนก เรื่องความวิตกกังวลหรือเรื่องอะไรต่าง ๆ ขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดําเนินการ จึงขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ
เมื่อถามว่า วันนี้จะมีการประชุมรับมือผลกระทบเรื่องพลังงานหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ได้มีการประชุมไปแล้ว ตนได้มอบนโยบายไปแล้วว่าต้องการให้เขาทําอย่างไรเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด หากมีการประชุมอีกก็จะเป็นวงของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และของกระทรวงพลังงาน