The Better ก้าวสู่ปีที่ 4 เปิดเวที The Better Planet 2026 ชี้ทางเศรษฐกิจยั่งยืน ด้วยแนวคิด “พอแล้วดี”

The Better ก้าวสู่ปีที่ 4 เปิดเวที The Better Planet 2026 ชี้ทางเศรษฐกิจยั่งยืน ด้วยแนวคิด “พอแล้วดี”
The Better ก้าวสู่ปีที่ 4 จัดงาน The Better Planet 2026 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจยั่งยืน ผ่านแนวคิด “พอแล้วดี” การเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

The Better สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจและสังคม ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างเป็นทางการ เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนการสร้างสื่อคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสังคมที่ประชาชนเข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียม ผ่านการจัดงาน The Better Planet 2026 : Sustainable Economy เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ ความยั่งยืน และอนาคตของสังคมไทย ณ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานมีการแสดงวิสัยทัศน์จากภาครัฐและภาคธุรกิจ พร้อมเวทีเสวนาที่สะท้อนการเติบโตอย่างพอดี ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ชี้ทิศทางเศรษฐกิจยั่งยืนในโลกใหม่

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Sustainable Economy สะท้อนบทบาทของตลาดทุนในการสนับสนุนธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ

 

ขณะที่ ดร.ณัฐกร ไกรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เทคโนโลยีและธุรกิจการลดคาร์บอนไดออกไซด์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ Sustainability in a New Reality – The Better Normal ชี้ว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “วิถีใหม่” ที่ทุกองค์กรต้องปรับตัว เพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ถอดบทเรียนธุรกิจและเกษตรกรจากเวที The Better Planet 2026

ภายใต้งาน The Better Planet 2026 : Sustainable Economy เวทีเสวนา “พอแล้วดี ความพอดีที่ไม่หยุดการเติบโต” กลายเป็นหนึ่งในช่วงสนทนาที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำแนวคิดความพอดีมาปรับใช้กับธุรกิจในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงในเชิงอุดมการณ์

 

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin, คุณอลิสรา ศิวยาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ และ คุณอำนาจ เรียนสร้อย เจ้าของแทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม จังหวัดนครปฐม ซึ่งสะท้อนมุมมองจากธุรกิจบริการ อาหาร และภาคเกษตร ที่เชื่อมโยงกันในอีโคซิสเต็มเดียวกัน

 

จากธุรกิจที่เร่ง “ความไม่รู้จักพอ” สู่การสร้างอีโคซิสเต็ม

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี : โตอย่างมีจุดยืน ดีกว่าโตเร็ว

คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารเกิดจากการตั้งคำถามกับโมเดลเดิมที่กระตุ้นให้ผู้บริโภค “กินให้คุ้ม” และบริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งสวนทางกับแนวคิดความพอดี

การเข้ามาเรียนรู้โครงการ “พอแล้วดี” ทำให้เขาเริ่มมองว่าธุรกิจไม่ควรเติบโตเพียงลำพัง แต่ต้องสร้างอีโคซิสเต็มที่ผู้ประกอบการสามารถพึ่งพาและเติบโตไปด้วยกันได้ จึงนำไปสู่การก่อตั้งบริษัท เพนกวินเอ็กซ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และการร่วมพัฒนาหลักสูตรบริหารธุรกิจร้านอาหารกับสถาบันการศึกษา

เขาชี้ว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 700,000 รายในประเทศไทยไม่เคยมีหลักสูตรเฉพาะทางรองรับ ทำให้ต้องเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ซึ่งสร้างความเสี่ยงทั้งต่อธุรกิจและระบบอาหารโดยรวม

“การเติบโตแบบพอแล้วดี ไม่ได้หมายถึงการโตช้า แต่คือการโตอย่างมีสติ มีจุดยืน ต่อให้ตลาดเปลี่ยนไปแค่ไหน เราอาจเปลี่ยนจุดขายได้ แต่ไม่ควรเปลี่ยนจุดยืน” คุณธนพงศ์ กล่าว

 

พอประมาณตน เพื่อสร้างแบรนด์ที่ยืนระยะ

อลิสรา ศิวยาธร : ธุรกิจต้องรู้ว่าพอดีกับตัวเองแค่ไหน

คุณอลิสรา ศิวยาธร มองว่า “พอแล้วดี” คือการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับการสร้างแบรนด์และการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมที่เผชิญการแข่งขันสูงและความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

เธออธิบายว่า คำว่า “พอ” ไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่คือการรู้จักศักยภาพ ความถนัด และขอบเขตของตนเอง เพื่อไม่ขยายธุรกิจเกินกำลังจนสูญเสียตัวตน เมื่อธุรกิจรู้จุดยืนที่แท้จริง จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ศิวาเทล กรุงเทพฯ จึงเลือกเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน ชุมชน และเกษตรกรรายย่อย ผ่านการสนับสนุนวัตถุดิบปลอดภัย การลดขยะอาหาร และการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ส่งต่อให้เกษตรกรและชุมชนกว่า 70 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

“ธุรกิจไม่ควรคิดแค่ว่าเราจะได้กำไรเท่าไร แต่ควรถามว่าทุกคนในอีโคซิสเต็มได้เติบโตไปด้วยกันหรือไม่” คุณอลิสรา กล่าว

สียงจากเกษตรกร : ความพอดีคือเงื่อนไขของการอยู่รอด

อำนาจ เรียนสร้อย : ถ้าไม่ยั่งยืน วันนี้อาจอยู่ได้ แต่อนาคตไม่เหลือใคร

ในมุมของเกษตรกรรายย่อย คุณอำนาจ เรียนสร้อย กล่าวว่า แนวคิด “พอแล้วดี” ทำให้เขามองเห็นจุดยืนและขอบเขตของตนเองอย่างชัดเจน ว่าฟาร์มไม่จำเป็นต้องผลิตเพื่อทุกคน แต่ต้องซื่อสัตย์ต่อวิถีการผลิตที่รับผิดชอบต่อทรัพยากร

แทนคุณออร์แกนิคฟาร์มเกิดขึ้นจากความพยายามแก้ปัญหาปศุสัตว์แบบเดิมที่สร้างผลกระทบต่อดิน น้ำ อากาศ และสุขภาพของผู้บริโภค จึงเลือกใช้ระบบปศุสัตว์อินทรีย์ ไม่ใช้อาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ และสร้างเครือข่ายเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เขามองว่า เกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ลำพัง หากไม่มีเครือข่ายและความร่วมมือในซัพพลายเชน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้บริโภค

“ถ้าเราไม่ดูแลดิน น้ำ และอากาศ เราอาจจะยังทำเกษตรได้วันนี้ แต่อนาคตจะไม่เหลือเกษตรกรให้ทำงานกับทรัพยากรเหล่านี้อีกต่อไป” คุณอำนาจ กล่าว พร้อมย้ำว่า ESG สำหรับเกษตรกรไม่ใช่ภาระ แต่คือสำนึกและความจำเป็นของการอยู่รอดในระยะยาว

 

พอแล้วดี : การเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

บทสนทนาในเวที “พอแล้วดี ความพอดีที่ไม่หยุดการเติบโต” สะท้อนว่า เศรษฐกิจยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของสูตรสำเร็จเดียวกันทุกธุรกิจ แต่คือการรู้จักตนเอง รู้ขอบเขต และเชื่อมโยงผู้คนในอีโคซิสเต็มให้เติบโตไปด้วยกัน

สำหรับ The Better เวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด แต่ยังตอกย้ำความเชื่อว่า การเข้าถึงข้อมูลที่ดี จะช่วยให้สังคมตัดสินใจบนฐานของความพอดี และนำไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว

TAGS: #TheBetterPlanet2026 #SustainableEconomy #พอแล้วดี #เศรษฐกิจยั่งยืน #ESG #TheBetter #BetterTogether #TheBetterNews